A-10 Thunderbolt II
-เอ-10 ธันเดอร์โบลท์ ทู เครื่องบินโจมตีภาคพื้นสนับสนุนโดยใกล้ชิด แบบ 1 ที่นั่ง มันขึ้นบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ปี 1972 และเข้าประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐในวันที่ 20 มีนาคม ปี 1976
A-10 เป็นเครื่องบินโจมตีแบบแรกของสหรัฐฯ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องบินทำลายรถถัง 'Tank Killer' ที่น่ากลัวที่สุดในโลก ด้วยปืนใหญ่ขนาด 30มม. ของ A-10 ที่รัวกระสุนได้มากกว่า 40 นัดใน 1 วินาที ตัวมันเองยังสามารถแบกอาวุธได้เป็นจำนวนมาก สามารถบินลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงได้เป็นเวลานาน มีความคล่องตัวสูง สามารถบินเข้าโจมตีด้วยอัตราความเร็วต่ำ มีเกราะป้องกันห้องนักบิน, เครื่องยนต์ และระบบบังคับการบิน ทำให้มันขึ้นชื่อว่าเครื่องบินที่เกราะหนาที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน
ข้อมูล A-10A Thunderbolt II
บทบาท : เครื่องบินโจมตีภาคพื้นสนับสนุนโดยใกล้ชิด หนึ่งที่นั่ง
สัญชาติ : สหรัฐอเมริกา
บริษัทผู้ผลิต : Fairchild Republic
ผู้ใช้งาน : กองทัพอากาศสหรัฐ
นักบิน : 1 นาย
ความยาวตัวเครื่อง : 16.25 เมตร
ความสูงตัวเครื่อง : 4.47 เมตร
น้ำหนักตัวเปล่า : 9.1 ตัน
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด : 21.1 ตัน
เครื่องยนต์ : เครื่องยนต์เทอร์โบแฟน General Electric TF-34 GE-100 สองเครื่องยนต์ ให้แรงขับสูงสุด 8,224 กิโลกรัม
ความเร็วสูงสุด : ไม่เกิน 834 กิโลเมตร/ชั่วโมง
พิสัยทำการ : 463 กิโลเมตร เมื่อบรรทุกลูกระเบิดหนัก 4 ตัน
อาวุธ
 -ปืนใหญ่อากาศแบบเก็ทลิ่ง GAU-8 Avenger ขนาด 30 มม. 1 กระบอก กระสุน 1,350 นัด
-ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ : AIM-9 Sidewinder
-ขีปนาวุธอากาศสู่พื้นดิน : AGM-65 Maverick
-ระเบิด : ระเบิดตระกูล Mk.80, ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ตระกูล Paveways ฯลฯ
ที่มาของชื่อ และชื่อเล่น
-ที่มาของชื่อ Thunderbolt II มาจากเครื่องบินรบแบบ P-47 Thunderbolt ที่ถูกใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 A-10 มีชื่อเล่นอีกชื่อคือ 'หมูป่า'(Warthog) หรือเรียกสั้นๆว่า Hog ตามรูปแบบที่ดุดันราวหมูป่าเขี้ยวตันของมัน
จุดเริ่มต้น
-การวิจารณ์พบว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ ไม่ได้ใช้การสนับสนุนทางอากาศอย่างฉับไวจริงๆ สมาชิกบางคนเริ่มมองหาอากาศยานจู่โจมพิเศษ ในสงครามเวียดนามอากาศยานโจมตีภาคพื้นจำนวนมากถูกยิงตกด้วยอาวุธขนาดเล็ก, ขีปนาวุธ อากาศสู่อากาศ และ ปืนต่อต้านอากาศยานระดับต่ำ
ในวันที่ 6 มีนาคม ปี 1967 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้จัดตั้งโครงการ สร้างเครื่องบินโจมตีราคาถูก ซึ่งถูกเรียกว่า 'A-X' หรือ 'Attack Experimental' ในปี 1969 รัฐมนตรีของกองทัพอากาศได้ร้องขอ ปิแอร์ สเปรย์ให้เขียนรายละเอียดเฉพาะสำหรับโครงการ A-X อย่างไรก็ตามการมีส่วนร่วมของเขาถูกเก็บเป็นความลับ เพราะก่อนหน้านี้ สเปรย์ มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการ F-15 Eagle
การหารือของ สเปรย์ กับนักบิน A-1 Skyraider ในสงครามเวียดนามและประเมินความมีประสิทธิภาพของเครื่องบินในปัจจุบัน พบว่า เหล่านักบินต้องการ 'การร่อนที่นานขึ้น' 'ความสามารถในระดับความเร็วต่ำ' 'อำนาจการยิงปืนทำลายยานเกราะ' และ 'ความคงทนสูง'
ในเดือนพฤษภาคม ปี 1970 กองทัพอากาศสหรัฐฯ มีการเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภัยคุกคามจากกองยานเกราะของสหภาพโซเวียต โดยมี 6 บริษัทที่ยื่นข้อเสนอให้กองทัพ แต่มีเพียง YA-9 ของ Northrop และ YA-10 ของ Fairchild เท่านั้นที่ได้รับเลือกให้สร้างต้นแบบออกมา
YA-10 ทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ปี 1972 หลังจากทดสอบ กองทัพอากาศจึงเลือกแบบ YA-10 ของ Fairchild ในการผลิตเครื่องบินในโครงการ A-X ในวันที่ 10 มกราคม ปี 1973 โดย A-10 ที่ผลิตลำแรกทำการบินทดสอบในเดือนตุลาคม ปี 1975 และส่งมอบให้กองทัพอากาศในเดือนมีราคม ปี 1976 โดย A-10 ถูกผลิตขึ้นทั้งหมด 715 ลำ และลำสุดท้ายถูกผลิตในปี 1983
A-10 รุ่นทดลองที่มีสองที่นั่ง ถูกสร้างขึ้นโดยดัดแปลงจาก A-10A รุ่นนี้เรียกว่า N/AW (Night Adverse Weather) ถูกพัฒนาโดยบริษัท Fairchild โดย A-10 รุ่นสองที่นั่งสำหรับฝึกนั้นไม่ได้ถูกนำเข้าสายการผลิต เนื่องจาก A-10 นั้นบินง่ายจนไม่จำเป็นต้องใช้แบบสำหรับการฝึก
ความทนทาน
-A-10 มีความทนทานเป็นเลิศ มันมีโครงสร้างที่แข็งแรงจนสามารถรอดพ้นจากกระสุนแบบเจาะเกราะและระเบิดแรงสูงขนาด 23 มม. ที่ยิงเข้าใส่แบบตรงๆได้ เครื่องบินถูกออกแบบระบบกลไกลช่วยเหลือแบบไฮโดรลิกอย่างดี ทำให้มันสามารถบินได้ด้วยเครื่องยนต์เดียว หางข้างเดียว และปีกที่เหลือเพียงครึ่งเดียวได้ ถังเชื้อเพลิงในตัวเครื่องถูกป้องกันด้วยโฟมที่ลดการจุดติดไฟ นอกจากนี้ล้อลงจอดยังถูกออกแบบให้มันลงจอดได้แม้ว่าล้อจะกางออกมาเพียงครึ่งเดียว
ในห้องนักบินและส่วนของระบบควบคุมการบินถูกป้องกันด้วยเกราะไทเทเนี่ยมน้ำหนัก 408 กิโลกรัม มันถูกเรียกว่า 'ถังไทเทเนี่ยม' ถังแบบนี้ถูกทดสอบและพิสูจน์แล้วว่ามันสามารถทนต่อกระสุนแบบ 23 มม. และ กระสุนขนาด 57 มม. ได้ โดยตัวถังทำจากแผ่นไทเทเนี่ยมหนาตั้งแต่ครึ่งนิ้ว ถึงหนึ่งนิ้วครึ่ง แต่กระนั้นการป้องกันก็ต้องแลกด้วยบางอย่าง เพียงแค่ตัวเกระนั้นก็หนักถึง 6% ของเครื่องบินทั้งลำ เพื่อป้องกันนักบินจากสะเก็ดระเบิดจากการปะทะของกระสุนที่ส่วนเกราะ นักบินจึงถูกล้อมด้วยเกราะเคฟลาร์ กระจกครอบประกอบด้วยอาร์คริลิกแบบกันกระสุน ที่สามารถทนต่ออาวุธเบาและป้องกันสะเก็ดระเบิด
การทดสอบความทนทานครั้งล่าสุดของ A-10 นั้นเกิดขึ้นเมื่อ ร้อยเอกคิม แคมพ์เบลล์ แห่งกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทำการบินสนับสนุนภาคพื้นเหนือแบกแดด ในช่วงบุกอิรักในปี 2003 เครื่องของเธอได้รับความเสียหายจากปืนต่อต้านอากาศยาน การยิงของข้าศึกสร้างความเสียหายให้เครื่องยนต์ข้างหนึ่ง และทำให้ระบบไฮดรอลิกหยุดทำงาน ถึงกระนั้น แคมพ์เบลล์ก็ยังสามารถบินได้อีก 1 ชั่วโมง และลงจอดอย่างปลอดภัย
ระบบอาวุธ
 
ถึงแม้ว่า A-10 จะสามารถบรรทุกอาวุธแบบใช้แล้วทิ้งไป แต่อาวุธหลักของมันคือ GAU-8 Avenger ขนาด 30 มม. หนึ่งในปืนใหญ่อากาศที่ทรงพลังที่สุดในโลก มันบรรจุกระสุนเกราะแบบไร้ยูเรเนี่ยม โดยสามารถรัวได้กว่า 50 นัดใน 1 วินาที และนัดที่ 65 จะเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก ตัวปืนทำงานสอดคล้องกัน ทำให้มีความแม่นยำกว่า 80%
ลำตัวของเครื่องบินส่วนหน้า ถูกสร้างขึ้นล้อมรอบปืนทั้งกระบอก โดยกระสุน 30 มม. ในรุ่นแรกจะใช้กระสุนแบบขด ซึ่งบรรจุได้ 1,350 นัด แต่กระสุนแบบขดนั้นเสียหายง่ายเกินไป ภายหลังจึงเปลี่ยนมาใช้กระสุนแบบกลม ซึ่งบรรจุกระสุนได้ 1,174 นัดแทน ตัวกระสุนถูกสร้างให้ใช้เจาะเกราะของรถถังโดยเฉพาะ
อาวุธอีกอย่างที่น่าเกรงขามของมันคือ ขีปนาวุธอากาศสู่พื้นดินแบบ AGM-65 Maverick  ด้วยแบบที่แตกต่างกันไปทั้งนำวิถีด้วยโทรทัศน์หรืออินฟราเรด ขีปนาวุธแบบมาเวอร์ริกสามารถเข้าปะทะเป้าหมายได้ในระยะที่ไกลกว่าปืนใหญ่ได้มาก ทำให้เครื่องบินปลอดภัยจากระบบต่อต้านอากาศยานสมัยใหม่
ในปฏิบัติการพายุทะเลทราย กล้องอินฟราเรดของมาเวอร์ริก ถูกใช้ในการโจมตีกลางคืนอาวุธื่นๆมีทั้งครัสเตอร์บอมท์และจรวดไฮดร้า ที่ทำให้มันมีความสามารถในการโจมตีภาคพื้นขั้นสูง อีกทั้งยังมีกระเปาะเดินอากาศและจรวดแบบ AIM-9 Sidewinder สำหรับป้องกันตัวจากอากาศยานข้าศึกอีกด้วย
ประวัติการใช้งาน
-หน่วยแรกที่ได้รับ A-10 เข้าประจำการคือฝูงบินที่ 355 ที่ประจำการอยู่ที่ เดวิส-มอนแธน ในแอลิโซน่า เมื่อเดือนมีนาคม ปี 1976 หน่วยแรกที่ใช้มันเข้าต่อสู้คือฝูงบินที่ 354 ที่ฐานทัพอากาศ ไมเทิล บีซ ในเซาท์แคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1978
ในตอนแรกนั้น A-10 ถูกต้อนรับอย่างไม่ดีนัก เนื่องจากมุมมองของคนใหญ่คนโตในกองทัพอากาศ เมื่อผู้อวุโสในกองทัพอากาศส่วนมากมาจากสังคมของนักบินขับไล่ พวกเขาจึงชอบ F-15 Eagle และ F-16 Fighting Falcon มากกว่า และดื้อดึงที่จะทิ้งงานสกปรกในการเข้าสนับสนุนระยะใกล้ให้กับเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก ทำให้คนใหญ่คนโตพยายามผลักใส A-10 ให้กองทัพบก แต่แล้วมันก็ได้พิสูจน์ตัวเองในสงครามอ่าวปี 1991
A-10 ได้พิสูจน์ตัวเองครั้งแรกในสงครามอ่าว มันได้ทำลายรถถังอิรักมากกว่า 900 คัน พาหนะทางทหารกว่า 2,000 คัน และปืนใหญ่กว่า 1,200 แห่ง อีกทั้งยังสามารถยิงเฮลิคอปเตอร์ของอิรักตกอีก 2 ลำ ด้วยปืนใหญ่อากาศของมัน
หนึ่งในนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 1991 เมื่อร้อยเอก โรเบิร์ต สเวน ยิงเฮลิคอปเตอร์ของอิรักตกหนึ่งลำเหนือคูเวต... A-10 ถูกยิงตกทั้งหมด 4 ลำ ในสงคราม ทุกลำล้วนถูกยิงตกด้วยขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ(SAM) ไม่นานหลังจบสงครามอ่าว กองทัพอากาศล้มเลิกความคิดที่จะทดแทน A-10 ด้วย F-16 รุ่นใหม่ และมีแผนกาประจำการเครื่องบินลำนี้ต่อไปอีกนานถึงปี 2028 เลยทีเดียว
ในปี 1990 A-10 หลายลำถูกเปลี่ยนให้ทำหน้าที่ควบคุมแนวหน้าทางอากาศและได้รับชื่อใหม่ว่า OA-10 ในบทบาทนี้ A-10 มักจะติดตั้งจรวดไฮดร้าขนาด 70 มม. 6 ตำแหน่ง ซึ่งมักเป็นหัวรบควันหรือฟอสฟอรัสขาว เพื่อชี้ตำแหน่งเป้าหมาย OA-10 ยังคงประจำการอยู่จนถึงปัจจุบัน แม้จะเปลี่ยนชื่อไปก็ตาม
A-10 ได้ออกรบอีกครั้งในปี 1999 ในสงครามโคโซโว ในสงครามอัฟกานิสถาน ในปฏิบัติการอนาคอนด้าเมื่อเดือน มีนาคม ปี 2002  และในสงครามอิรักในปี 2003.. ในอัฟกานิสถาน A-10 ตั้งฐานอยู่ที่บาแกรม
ในวันที่ 30 เมษายน ปี 2003 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ส่วนกลางได้ประกาศอย่างเป็นทางการถึงภารกิจทางอากาศในสงคราม มี A-10 กว่า 60 ลำ ถูกใช้ในสงครามอิรัก มี 1 ลำถูกยิงตกใกล้สนามบินนานาชาติของแบกแดด
รุ่นต่างๆ
1.YA-10A
-รุ่นต้นแบบ 2 ลำแรก
2.A-10A
-แบบที่นั่งเดี่ยวสำหรับการสนับสนุนทางอากาศและโจมตีภาคพื้นดิน
3.A-10A+(พลัส)
-แบบที่นั่งเดี่ยวสำหรับการสนับสนุนทางอากาศและโจมตีภาคพื้น รวมทั้งการพัฒนาทั้งหมด
4.OA-10A
-แบบที่นั่งเดี่ยวสำหรับการควบคุมทางอากาศในแนวหน้า
5.YA-10B N/AW
-แบบสองที่นั่งที่เป็นรุ่นทำลองสำหรับการทำงานในเวลากลางคืนและสภาพอากาศที่เลวร้าย ต่อมีมันมีชื่อใหม่ว่า YA-10B มีรุ่นนี้เพียงลำเดียวที่ถูกสร้างขึ้นมา ปัจจุบันถูกนำไปจัดแสดงเพียงอย่างเดียว
6.A-10C
-A-10 ที่ได้เข้าโครงการพัฒนาอาวุธโดยมีฝาครอบแบบใหม่ การเชื่อมข้อมูล และอาวุธหลากสภาพอากาศ และความสามารถในการใช้เลเซอร์ล็อคเป้า
สื่อบันเทิง
-A-10 ปรากฏตัวในภาพยนต์เรื่อง Tranformer ทั้ง 2 ภาค
-และยังปรากฏตัวในเรื่อง Terminater Salvation โดยเป็นเครื่องบินรบหลักของฝ่ายตัวเอก
เครดิต : Wikipedia
สำหรับวันนี้.... ขอบคุณที่รับชมครับ